Tag Archives: ais

AumentoIncrease ในหลายพื้นที่ของโทรศัพท์มือถือ ล่าช้าจำนวนที่แน่นอน

กทช.คิดค่าปรับเพิ่มแบบทวีคูณ 5 เอกชนไม่ให้บริการคงสิทธิเลขหมายวันละ 1.6 แสนบาท ระบุหากเกิน 30 วันคูณสองเป็นวันละ 3.2 แสนบาท หากเกิน 60 วันคูณสามเป็นวันละ 4.8 แสนบาท คาดจนถึงสิ้นปีกทช.จะได้เงินส่งเข้าคลังประมาณ 150 ล้านบาท ด้านเอไอเอสยืดอกยอมถูกปรับ 2-3 เดือนถึงพร้อมให้บริการ

นายประเสริฐ อภิปุญญา รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) และประธานคณะกรรมการเปรียบเทียบปรับบริการคงสิทธิเลขหมาย (นัมเบอร์พอร์ทบิลิตี้) กล่าวว่าที่ ประชุมกทช.เมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา รับทราบแนวทางคิดค่าปรับเอกชนทั้ง 5 รายตามหน้าที่สำนักงานในมาตรา 66 ของพ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม 2544 โดยกำหนดอัตราที่ 1.6 แสนบาทจ่ายเป็นเช็คต่อวันต่อราย กรณีที่เอกชนไม่สามารถเปิดให้บริการคงสิทธิเลขหมายได้ทัน และหากล่าช้าเกิน 30 วัน จะคูณสองหรือคิดเป็นวันละ 3.2 แสนบาท ถ้าเกิน 60 วันจะคูณสามหรือคิดเป็นวันละ 4.8 แสนบาท

‘กทช.คงไม่ปล่อยให้เอกชนดำเนินการล่าช้า หากผ่าน 30 วันแรกแล้วยังให้บริการไม่ได้ ก็ต้องตรวจสอบว่ามีการเตรียมการหรือไม่ และหากยังละเลยจากกำหนดเวลา ก็จะมีมาตรการกระตุ้นจิตสำนึกที่เข้มงวดมากกว่าค่าปรับ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันเสรี เป็นธรรม’

ทั้งนี้ รายได้จากค่าปรับ ทั้งหมด กทช.จะส่งเป็นรายได้เข้ากระทรวงการคลัง หากเอกชนไม่เห็นด้วย ก็สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อกทช.หรือฟ้องศาลปกครองได้ โดยค่าปรับจะเริ่มนับหลังจากเวลา 5 วันที่เอกชนได้รับหนังสือซึ่งกทช.ได้ส่งไปตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย. หากเอกชนเปิดให้บริการไม่ทัน ก็จะเริ่มปรับได้ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ย.เป็นต้นไป

สำหรับการคิดค่าปรับ 1.6 แสนบาทต่อวันนั้นคำนวนจากข้อมูลผู้ขอโอนย้ายเลขหมายที่มีปีละประมาณ 1.2 ล้านคำขอต่อปี หรือ เฉลี่ยเดือนละ 1 แสนคำขอ คูณกับค่าใช้จ่ายต่อเลขหมายทั้งระบบจดทะเบียนรายเดือนและระบบเติมเงิน ที่เฉลี่ยต่อรายเดือนละ 250 บาทซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุดในเดือน ก.ย.นี้ หรือคิดเป็นผลประโยชน์ที่ได้รับต่อเดือนที่ 25 ล้านบาท ซึ่งหารกับผู้ให้บริการทั้ง 5 ราย จะคิดเป็นมูลค่าเสียหาย ที่ต้องรับผิดชอบต่อรายที่ 5 ล้านบาทต่อเดือน หรือตีเป็นมูลค่าความเสียหายที่ต้องรับผิดชอบเฉลี่ยวันละ 1.6 แสนบาท

‘สำนักงานกทช.ได้ส่งหนังสือแจ้งไปเมื่อวันที่ 3ก.ย.ที่ผ่านมาให้เอกชนเปิดให้บริการนัมเบอร์พอร์ทภายใน 5 วันนับจากได้รับหนังสือ หากดำเนินการไม่ได้จะเริ่มปรับทันที ซึ่งอาจจะเป็นวันศุกร์ที่ 10 ก.ย.นี้’

นายปรีย์มน ปิ่นสกุล ประธานกรรมการ บริษัท ศูนย์ให้บริการคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์ จำกัด (เคลียริ่งเฮ้าส์) กล่าวว่า มาตรการที่กทช.คิดค่าปรับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือวันละ 1.6แสนบาท ซึ่งคิดจากจำนวนผู้ยื่นคำร้องขอย้ายเครือข่ายต่อปี คูณรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายต่อเดือน จำนวน 250 บาท คิดว่าตัวเลขที่นำมาคำนวณไม่ถูกต้อง ซึ่งควรใช้ตัวเลขผู้ยื่นคำร้องขอโอนย้ายเลขหมายตั้งแต่ 1 ก.ย.นี้ ส่วนรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายต่อเดือนไม่สามารถนำมาคิดรวมกันได้ ต้องดูรายได้ของแต่ละบริษัทซึ่งต่างกัน ซึ่งขณะนี้ผู้ให้บริการเครือข่ายแต่ละรายยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งค่าปรับ ส่วนแต่ละรายจะดำเนินการอย่างไรเป็นเรื่องต้องหารือกัน

สำหรับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือทั้ง 5 ราย ประกอบด้วย บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) บริษัท ทรูมูฟ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) บริษัท ทีโอที และบริษัท กสท โทรคมนาคม ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ให้บริการทั้ง 5 ราย แถลงว่าจะสามารถเปิดให้บริการคงสิทธิเลขหมายได้ในเดือน ธ.ค.นี้

นายสรรชัย เตียวประเสริฐกุล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด เอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอสไม่สามารถเปิดบริการคงสิทธิเลขหมายได้ทัน เพราะระบบยังไม่มีความพร้อมในส่วนของเครียริ่งเฮ้าส์ หากฝืนเปิดให้บริการก็จะเป็นปัญหากับลูกค้า ที่จะส่งผลต่อบริษัทต่อ ดังนั้น ก็คงต้องยอมโดนปรับต่อไปอีกประมาณอีก 2-3 เดือน ถึงจะเปิดให้บริการได้

ทั้งนี้หากโอเปอเรเตอร์ทั้ง 5 รายสามารถเปิดให้บริการคงสิทธิเลขหมายได้ราวเดือนธ.ค. ที่จะถึงนี้ กทช.จะได้ค่าปรับเพื่อส่งให้กระทรวงการคลังประมาณ 150 ล้านบาทหรือคิดเป็นรายละ 30 ล้านบาท

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น